fbpx

ส่องสื่อ ส่อง YouTuber ไปกับ Scoop Viewfinder

ส่องสื่องวดนี้ เราขอพาไปทำความรู้จัก YouTuber ที่ผันตัวเองจากการผลิตรายการทีวีสู่ YouTuber เต็มตัว เขาผู้นี้ที่คอยรีวิวภาพยนตร์ต่างๆ มากมายและหลายคนก็ชื่นชอบเขาด้วยเช่นกัน นั่นก็คือ Scoop Vewfinder นั่นเอง

วันนี้ส่องสื่อมีโอกาสได้คุยกับ “พี่จีน อรากร ฤกษ์เกษม” เจ้าของเสียงพาทย์ในช่อง Scoop Viewfinder ที่หลายคนคุ้นเสียงเป็นอย่างดีกัน เราเชิญชวนเขามาแลกเปลี่ยนตั้งแต่ประเด็นทีวีดิจิทัล YouTuber และหนทางที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จกัน จะเป็นยังไงลองไปฟังกันได้เลยครับ

แนะนำตัวหน่อย

พี่จีน : สวัสดีครับ ผมจีนจาก YouTube Channel : Scoop Viewfinder เป็นช่องเกี่ยวกับภาพยนตร์ครับ

ที่มาของการเปลี่ยนจากรายการทีวีเป็น YouTuber เต็มตัว

พี่จีนเล่าให้ฟังว่าโดยพื้นฐานตนเองทำ TV Production อยู่แล้ว และมันก็มีส่วนหนึ่งที่ผลิตรายการหนังอยู่ด้วย ในระหว่างการทำงานก็มีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับวงการโทรทัศน์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ระหว่างที่มันเปลี่ยนแปลงอยู่นั้น มันก็มี Social Media เกิดขึ้นมาเรื่อยๆ แล้วมันก็สามารถนำงานของพี่จีนได้ ก็เลยตัดสินใจในช่วงแรก นำรายการสดที่รีวิวหนังของตนเองมาลงใน YouTube ย้อนหลังเหมือนช่องอื่นๆ ทั่วไป

แต่เนื่องด้วยธรรมชาติของ YouTube จะแตกต่างกับสื่อหลัก ตรงที่มีตัวเลขคนดูชัดเจน เราก็เลยค่อนข้างจะทำให้คอนเทนต์สอดคล้องกับสิ่งที่คนเขาอยากดู เลยเริ่มพัฒนาแล้วก็จะจัดการนำมาลงใน YouTube แยกออกมาอีกทีนึง

Content ที่ผลิตลงทีวีกับ YouTube แตกต่างกันแค่ไหน?

พี่จีนได้บอกถึงความแตกต่างว่าเนื้อหาที่ผลิตลงทีวีกับ YouTube มีความแตกต่างกันมากพอสมควร  “เมื่อสื่อมันอยู่ใน Social Media แล้วเนี่ย เราลืมไปได้เลยว่ามันเป็น Mass Market มันไม่มี ใครทำ Media ที่อยู่ในอินเทอร์เน็ตอยู่เนี่ยแล้วบอกว่าเขาจะทำส่งกับกลุ่ม Mass เนี่ยแสดงว่า มึงดูแล Target audience ไม่ออก ดูไม่รู้ว่าใครเป็นกลุ่มเป้าหมาย”

พี่จีนยังบอกอีกด้วยว่า การทำคอนเทนต์ลงบน YouTube จะทำให้เห็นจำนวนยอดคนดูด้วยว่ากลุ่มเป้าหมายของช่องเราเป็นกลุ่มอายุเท่าไหร่ แล้วจะทำยังไงให้มันสามารถพัฒนาผลงานได้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายบ้าง? ซึ่งมันทำให้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเพราะว่ามันมีข้อมูลเต็มหน้าเลยว่าใครที่ดูงานเราอยู่ ในขณะที่ฟรีทีวีเมื่อก่อนต่อให้เป็นรายการดังก็ไม่รู้ว่าคนที่อยู่หลังจอหน้าตามันเป็นยังไง แต่ว่า ณ เวลานี้คนดูที่มันอยู่ในออนไลน์เนี่ยมันเห็นชัดเจนกว่า

Content ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด

Scoop Viewfinder ผลิตแบบจริงจังลงบน YouTube มาถึง 3 ปีแล้วด้วยกัน และเนื้อหาที่ได้รับความนิยมสูงสุดนั่นก็คือ “การจับผิดหนัง” นั่นเอง ซึ่งพี่จีนก็ยอมรับว่าที่คอนเทนต์นี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะว่าตัวคอนเทนต์มันสนุกอยู่แล้ว ประกอบกับการทำให้เกิด interactive ในกลุ่มคนที่ดูหนังกับไม่ดูหนังกันขึ้นด้วย จึงเกิดเป็นการแลกเปลี่ยนพูดคุยกันต่อเนื่องไปอีกขั้น ซึ่งมันเป็นธรรมชาติของสื่อออนไลน์ด้วยเช่นกัน

คิดว่าทีวีจะอยู่รอดอีกนานแค่ไหน?

“จริงๆ ฟรีทีวีในบ้านเรา ถ้าอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ได้เยอะขนาดทุกวันนี้นะ เราเชื่อว่าช่องที่มีคุณภาพน่าจะอยู่ได้อีกนานแหละ ยังไงฟรีทีวีก็ยังมีคนดูอยู่ ธรรมชาติของฟรีทีวีที่สื่อออนไลน์ยังลงไปไม่ได้ก็ยังมีอยู่ เรายังต้องรอให้คนตายอีกหลายรุ่นพอสมควร กว่าการดูทีวีบนอินเตอร์เน็ตจะเป็นนิสัยของคนทั้งประเทศ รวมทั้งคนในชนบทได้จริงๆ เพราะว่านับตั้งแต่เราอยู่ในกรุงเทพฯ เราจะรู้สึกว่าทีวีไม่มีคนดู ใช่ เพราะเป็นชุมชนเมือง ทีวีไม่มีคนดูจริงๆ แต่ว่าคนต่างจังหวัดซึ่งเขาเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ เขายังดูทีวีอยู่ 

แล้วตัวเนื้อหาในทีวีมันยังคงเป็นที่ต้องการของคนต่างจังหวัดอยู่ เอาแบบช่อง Streming ณ วันนี้ยังไปไม่ถึงต่างจังหวัดเลย คนต่างจังหวัดยังไม่รู้จักและไม่ใช่รุ่นนี้รุ่นเดียวด้วย เอาง่ายๆ ว่าอินเตอร์เน็ตเรายังดูไม่ได้ทุกที่เลย ฉะนั้นสื่อที่ไปได้ไกลกว่าและครอบคลุมกว่าก็ยังคงเป็นฟรีทีวีอยู่ดี แต่ว่าเขาก็เหนื่อยขึ้นเยอะ เพราะเงินส่วนหนึ่งก็แบ่งมาลงที่นี่ (สื่อออนไลน์) เยอะเหมือนกัน การตัดสินใจซื้อสปอนเซอร์ก็เลยเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร” พี่จีนเล่าให้ฟังแบบจริงจัง

Content ไหนที่น่าจะเข้าถึงคนได้มากที่สุด ในความเห็นของพี่จีน?

พี่จีนได้บอกกับเราว่าถ้าเป็นฟรีทีวีอันนี้ตอบยากมาก เพราะก็ไม่รู้ว่าลูกค้าของฟรีทีวีต้องการคอนเทนต์แบบไหนบ้าง? แต่ว่าถ้าเป็น YouTube สิ่งที่ทำได้ง่ายๆ ก็คือ หากลุ่มคนดูของเราให้เจอแล้วเราจะรู้ว่าเราควรทำเนื้อหาแบบไหน? ทำให้มันตรง ทำให้มันรู้ว่าใครดูเราบ้าง? แบบนี้น่าจะเป็นการทำคอนเทนต์ที่ฉลาดกว่าและประสบความสำเร็จได้ง่ายกว่า

หัวใจสำคัญในการทำ YouTube?

พี่จีนบอกกับเราว่าสิ่งสำคัญที่สุดก็คือความสม่ำเสมอ “เราอยู่ในโลกที่เราก็รู้อยู่แล้วว่าเราทำสื่อ พวกเรามีนิสัยเสียอย่างหนึ่งก็คือ พวกเราติดตามเดทไลน์งาน ถ้าไม่มีเดทไลน์กำกับเราก็มักจะย้วยเสมอ ฉะนั้นถ้าเราทำ YouTube แล้วปล่อยให้เดทไลน์มันย้วย มันไม่มีใครมาควบคุม ไม่มีใครมาด่าเราว่าทำไมไม่ขึ้นคลิป แต่เขาจะรู้สึกว่าช่องนี้ไม่น่าสนใจเลย ฉะนั้นเรื่องความสม่ำเสมอเป็นสิ่งที่สำคัญ พอๆ กับคุณภาพของเนื้อหาและความจริงใจที่มีให้ต่อผู้บริโภค”

สิ่งสำคัญที่พี่จีนให้ความสำคัญก็คือ ถ้าเราจริงใจกับคนฟังหรือว่าคนดูของเรา ต่อให้เนื้อหาที่เป็นโฆษณา เขาก็พร้อมที่จะดู

อย่าลืมติดตามเรื่องราวฉบับเต็มได้เลยที่คลิปที่อยู่ในบทความนี้ และอย่าลืมติดตามพี่จีนกับผลงานการรีวิวหนังฉบับ viewfinder ได้ที่ Scoop Viewfinder ได้เลยครับ