fbpx

ย้อนรอยซีรีส์เกาหลีในประเทศไทย – 18 ปี จากจอแก้วสู่ TV Application

ยังจำได้ไหมว่าซีรีส์เกาหลีเรื่องแรกที่คุณดูคือเรื่องอะไร และยังจำได้ไหมว่า เราเสียน้ำตาให้กับซีรีส์เกาหลีไปมากเท่าไหร่วันนี้ส่องสื่อจะพาทุกท่านย้อนรอยไปกับการเข้าสู่จอแก้วของซีรีส์เกาหลีประเทศไทยจนถึงการพัฒนาช่องทางการชมซีรีส์ผ่าน TV Application

ย้อนกลับไปปี พ.ศ. 2543 หรือ 18 ปีก่อน ซีรีส์เกาหลีเรื่องแรกที่ออกอากาศในประเทศไทยคือเรื่องลิขิตแห่งดวงดาว (Wish upon a star) ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก(ททบ. 5)

ภาพโดย MBC

เมื่อซีรีส์เรื่องนี้จบลง การพูดถึงซีรีส์เกาหลีก็เพิ่มมากยิ่งขึ้นถึงแม้ว่าช่วงนั้นถือเป็นช่วงที่ซีรีส์ญี่ปุ่นและซีรีส์จีนครองตลาดในประเทศไทย แต่ด้วยเนื้อหาซีรีส์เกาหลีที่โดนใจคนไทยและการตีบทแตกของนักแสดง ซึ่งจุดนี้สามารถเรียกน้ำตาคนดูได้ชนิดที่ว่า เข้าอกเข้าใจความรู้สึกของตัวละครเหมือนอยู่ร่วมสถานการณ์เดียวกัน

ปี พ.ศ. 2544 ถือว่าเป็นปีจุดกระแสอย่างแท้จริงของซีรีส์เกาหลีและกลายเป็นที่พูดถึงในชั่วข้ามคืนโดยสถานีโทรทัศน์ไอทีวีได้นำเสนอเรื่อง รักนี้ชั่วนิรันดร์ (Autumn in myheart) จนเกิดคำพูดติดปากจากเรื่องนี้ที่ว่า “พี่ชาย” และสามารถเรียกน้ำตาผู้ชมได้อย่างท่วมท้นเช่นเคย

ดูเหมือนว่าในช่วงเริ่มแรกของซีรีส์เกาหลีในตลาดประเทศไทย ซีรีส์แนวเรียกน้ำตาจะถูกใจคนไทยไม่ใช่น้อย แต่ในปี พ.ศ.2545 ซีรีส์เกาหลีที่ออกอากาศในประเทศไทยถึง 3 เรื่อง กลับไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรเนื่องจากเนื้อหาเป็นแนวสนุกสนานไม่เครียดเหมือนเรื่องก่อนหน้า จึงทำให้ความนิยมลดน้อยไปบ้าง ซึ่งในปีถัดมา พ.ศ. 2546 การปล่อยเรื่อง เพลงรักในสายลมหนาว (Winter love song) ทางสถานีโทรทัศน์ไอทีวี ได้สร้างกระแสซีรีส์เกาหลีที่เรียกได้ว่าดังติดลมบนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง มีการเลียนแบบทั้งลักษณะท่าทางและการแต่งกายตามตัวละครรวมไปถึงกระแสการเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศเกาหลีเพื่อตามรอยซีรีส์

ปี พ.ศ. 2547 สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 (ชื่อในขณะนั้นของ ช่อง 7 เอชดี) ได้นำเรื่อง สะดุดรักที่พักใจ (Full House) ออกอากาศสามารถเข้าถึงผู้ชมได้ครอบคลุมทั้งประเทศ เนื่องจากนักแสดงนำหญิง ซงฮเยกโยเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาตั้งแต่เรื่อง รักนี้ชั่วนิรันดร์ และนักแสดงนำชาย เรน ที่กำลังมีผลงานเพลงในไทยและยังเป็นนักร้องเดี่ยวชาวเกาหลีที่มีความนิยมมากที่สุดในไทยในขณะนั้น อีกทั้งสถานที่ถ่ายทำในเรื่องส่วนหนึ่งมีการถ่ายทำที่ประเทศไทย ยิ่งทำให้ผู้ชมเกิดความสนใจซีรีส์เรื่องนี้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวและสะดุดรักที่พักใจ นับว่าเป็นซีรีส์เกาหลีแนวโรแมนติกคอมเมดี้เรื่องแรกที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทย

หลังจากการออกอากาศของซีรีส์เกาหลีหลาย 10 เรื่องภายในระยะเวลาไม่กี่ปี สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ได้นำเรื่องแดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง (Jewel in the palace) ออกอากาศในปีพ.ศ. 2548 นับว่าเป็นมิติใหม่ของซีรีส์เกาหลีในประเทศไทย เนื่องจากเนื้อเรื่องของ แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวงเป็นแนวย้อนยุคอิงประวัติศาสตร์ สร้างความแปลกใหม่เป็นที่สนใจของผู้ชมในขณะนั้นและมีความยาวเรื่องกว่า 54 ตอน

ในช่วงนี้เป็นช่วงที่คนไทยเรียกว่าจริงจังกับการดูซีรีส์เกาหลีเป็นอย่างมาก จากจำนวนซีรีส์ที่เพิ่มมากขึ้นในหลายช่อง และเวลาออกอากาศที่เรียกได้ว่าถี่เทียบเท่าละครไทยจึงเริ่มเป็นที่มาของการดูย้อนหลังเป็นครั้งแรก ๆ ผ่านการดูจาก CD จะเห็นได้ว่าช่วงปีที่ แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง ออกอากาศเป็นต้นมาจะมีการขายแผ่น CD ตามท้องตลาดรวมถึงการสั่งออนไลน์เป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ดี ด้วยกระแสความนิยมเกาหลีในไทยสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่มีแนวโน้มที่จะหยุดสถานีโทรทัศน์หลายช่องจึงนำซีรี่ส์เกาหลีที่โด่งดังมาออกอากาศซ้ำ เช่น เจ้าหญิงวุ่นวายกับเจ้าชายเย็นชา (Princess Hours) ออกอากาศทั้งหมด 3 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2549 พ.ศ. 2551 และ พ.ศ. 2560 และซีรีส์เกาหลีที่มีการออกอากาศซ้ำมากที่สุดคือแดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง ออกอากาศทั้งหมด 4 ครั้งในช่วงปี พ.ศ.2548-2553

การชมซีรีส์ย้อนหลังผ่าน CD ถือว่ากินเวลาอยู่ช่วงระยะหนึ่ง แต่หลังจากนั้นเทคโนโลยีได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดด การรับชมแบบวันต่อวันผ่านเว็บไซต์ที่ผลิตซับไตเติ้ลภาษาไทยออกมาทันทีหลังซีรีส์ตอนนั้นจบ ตอบสนองความต้องการของกลุ่มคนนิยมซีรีส์เกาหลีเป็นจำนวนมาก บ้างก็มีการจัดตั้งกลุ่มในเครือข่ายสังคมออนไลน์เพื่อพูดคุยหรือรวบรวมคนที่ชอบนักแสดงคนเดียวกัน นอกจากนี้ทางช่อง Youtube ของแต่ละสถานีโทรทัศน์ในประเทศเกาหลีก็ได้นำเสนอซีรีส์พร้อมซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษ เพื่อให้แฟนชาวต่างประเทศได้ชมกันอย่างแพร่หลาย

ในปี พ.ศ. 2561 นี้ กระแสซีรีส์เกาหลียังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง รักมั้ยนะ เลขาคิม (What’s wrong with secretaryKim) ที่ออกอากาศทางช่อง TVN ของประเทศเกาหลีซึ่งมีความนิยมเป็นอย่างมากทั้งในเกาหลีและต่างประเทศและในประเทศไทยนั้นทางช่อง PPTV ได้ซื้อลิขสิทธิ์นำมาออกอากาศในเดือนกันยายนที่ผ่านมา 

เป็นที่รู้กันว่าการดูซีรีส์เกาหลีตามเวลาของประเทศเกาหลีที่ออกอากาศยิ่งเร็วได้ยิ่งดีปัจจุบันนี้มีช่องทางการชมซีรีส์เกาหลีอีกหนึ่งทางเลือกเพิ่มขึ้นคือ TV Application ซึ่งสามารถชมผ่านมือถือพร้อมซับไตเติ้ลภาษาไทยได้อย่างรวดเร็วสะดวกสบาย และสามารถชมซีรีส์เกาหลีเรื่องเก่า ๆ ได้อีกด้วย เช่น Application VIU

ถึงแม้ว่าตอนนี้จะเข้าสู่ปีที่ 18 ของซีรีส์เกาหลีในตลาดประเทศไทย แต่กระแสและความนิยมยังคงมีอยู่ไม่ขาด เพราะว่าคุณภาพในกระบวนการการผลิตไม่ว่าจะเป็นบทประพันธ์ นักแสดง การจัดแสงสี การแต่งกายที่มีคุณภาพและผู้จัดใส่ใจรายละเอียดต่าง ๆ อย่างพิถีพิถันทำให้ซีรีส์เกาหลีไม่เพียงแต่เป็นที่นิยมในไทย แต่สามารถชนะใจคนทั่วโลกได้นั่นเอง