ดูทีท่าหลายบริษัทที่ส่องสื่อได้นำเสนอไปตั้งแต่เมื่อวาน จนถึงวันนี้นั้น หลายบริษัทมีผลประกอบการที่ขาดทุนค่อนข้างมาก แต่ตรงกันข้ามกับบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ที่ล่าสุดผลประกอบการไตรมาสที่ 1/2563 ออกมาเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2563 และถึงแม้รายได้โดยรวมจะลดลง แต่ก็ยังสามารถทำกำไรประจำงวดไปได้อยู่ที่ 44 ล้านบาท

โดยรายได้แบ่งออกเป็น รายได้จากธุรกิจโทรทัศน์อยู่ที่ 480 ล้านบาท และมีกำไรอยู่ที่ 173 ล้านบาท รายได้ส่วนนี้ลดลงจากปีที่แล้วอยู่ที่ 54 ล้านบาทโดยประมาณ ในขณะที่รายได้จากธุรกิจคอนเสิร์ตและละครเวทีในไตรมาสนี้อยู่ที่ 11 ล้านบาท ขาดทุนไป 131,000 บาท จากปี 2562 ที่ได้กำไรอยู่ที่ 5 ล้านบาท และมีรายได้อยู่ที่ 15 ล้านบาท รายได้ส่วนต่อมาคือรายได้จากรับจ้างจัดงานซึ่งได้รายได้อยู่ที่ 26 ล้านบาท มีกำไรอยู่ที่ 6 ล้านบาท และส่วนสุดท้ายคือการขายสินค้า มีรายได้ที่รับรู้อยู่ที่ 86 ล้านบาท กำไรอยู่ที่ 77 ล้านบาท ซึ่งส่วนนี้มาจาก 1346 Hello Shop นั่นเอง

Workpoint Entertainment Public Company Limited

ในส่วนของรายได้ทั้งหมดอยู่ที่ 605 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้วที่ได้ 678 ล้านบาทอยู่ที่ 73 ล้านบาท ส่วนหนึ่งที่ทำให้รายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญนั่นก็คือการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นช่วง High-Season ของการโฆษณาเป็นอย่างมาก และการงดการจัดงานสงกรานต์ที่โดยปกติทาง BEX จะเป็นผู้จัดงานที่สยามสแควร์ก็ถูกงดไปด้วย ทำให้รายได้โดยรวมลดลง รวมไปถึงเอเจนซีโฆษณาชะลอการใช้เงินอีกด้วย ในส่วนของการขายสินค้าที่เพิ่มขึ้น ก็เพิ่มขึ้นมาจากช่องทางออนไลน์เป็นหลักอีกด้วย

สำหรับต้นทุนในไตรมาสที่ 1/2563 มีการลดลง โดยมีต้นทุนทั้งหมด 348 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปี 2562 อยู่ที่ 65 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการลดลงของต้นทุนค่าตัดลิขสิทธิ์ประเภท Finished Programs ซึ่งลดลงตามนโยบายการคัดสรรของบริษัทฯ อีกด้วย และปัจจุบันเน้นการผลิตรายการเองเป็นหลักแทนการซื้อลิขสิทธิ์จากต่างประเทศ

สิ่งที่น่าจับตามองในผลประกอบการไตรมาสที่ 2/2563 นั่นก็คือ เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 คณะกรรมการกิจการกระเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติได้มีประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการนำส่งเงินรายปีเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ ของผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ (ฉบับที่ 2) โดยให้มีการปรับลดอัตราการนำส่งเงินรายปีเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ ที่ต้องรอดูว่ามีผลกระทบต่อผลประกอบการหรือไม่?

แสดงความคิดเห็นหน่อย

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.