fbpx

ไลน์ทีวี เติบโตอย่างแตกต่าง…

ถ้าพูดถึงไลน์ทีวี คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักจริงๆ เพราะไลน์ทีวีเป็นแพลตฟอร์มที่สานต่อจากเจ้าแม่แห่งแชทออนไลน์อย่าง LINE ด้วยการก้าวข้ามมาเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีทั้งละคร มิวสิควีดีโอ การ์ตูน รายการไลฟ์สไตล์ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาที่ไลน์ทีวีฝ่าฝันอุปสรรคจนได้รับการยอมรับจากทั้งคู่ค้าและลูกค้าที่ดีตลอดมา ว่าแล้วไม่ช้า ส่องสื่อ จึงขอดึงผู้บริหารจากไลน์ทีวีคนเก่งอย่าง “กวิน ตั้งอุทัยศักดิ์” Content Business Director LINE Company (Thailand) และ “พัลภา มาโนช” Content Business I Lead LINE Company (Thailand) มาร่วมวงพูดคุยถึงอนาคตต่อไปของไลน์ทีวี รวมไปถึงเรื่องราวต่างๆของการพัฒนาไลน์ทีวีให้ได้อ่านกันครับ

ความแตกต่างของไลน์ทีวี ที่ไม่เหมือนใคร?

พัลภา : จริงๆแล้ว แพลตฟอร์มไลน์ทีวี ให้บริการในประเทศไทยมา 3 ปีแล้ว เราพยายามทำงาน ด้วยลักษณะการทำงานของไลน์ส่วนหนึ่ง คือ เราสร้างและพยายามที่จะท้าทายตัวเองในแง่การหาคอนเทนต์เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นลักษณะ “รีรัน” ดูย้อนหลัง หรือแม้แต่เราลงทุนที่จะสร้างคอนเทนต์ของเราเอง เพราะฉะนั้นสองจุดนี้มันคือจุดแข็งของเรา แล้วยังคงเป็นต่อไปและเป็นกลยุทธ์ที่แข็งแรงขึ้นสำหรับปีนี้ด้วย ก็จะเห็นว่าปีนี้คอนเทนต์บนทีวีจะมารีรันทางไลน์ทีวีเยอะขึ้น ในส่วนของ Original Content ปีนี้เรามุ่งเน้นเรื่องคุณภาพมากขึ้น หลังจากที่เราคุยกับ Local Partner มาเรื่อยๆ เรารู้สึกว่าวันหนึ่งเราอาจจะกลายเป็น Global Platform ไปเลยก็ได้สำหรับไลน์ทีวี เพราะฉะนั้น คุณภาพของคอนเทนต์มันต้องมา ก็เลยคุยกับกันตนามันเลยเป็น Local Right Format รายการแรกบนไลน์ทีวีอย่าง Drag Race Thailand ซึ่งจากนี้ไปเดี๋ยวจะเห็นคอนเทนต์ที่น่าตื่นเต้นของไลน์ทีวีมากขึ้น มีคุณภาพมากขึ้น คุณภาพในที่นี้เราอาจจะ Local Right Format ซื้อรูปแบบรายการมาทำ หรือเราสร้างรูปแบบรายการขึ้นมาเอง เพื่อในอนาคตเราก็อาจจะขาย Format ของเราได้ในอนาคต

ทิศทางของไลน์ทีวีตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?

กวิน : ตอนนี้ก็โตไปเรื่อยๆอยู่แล้วทุกปี ในปีที่ผ่านมาเราก็ถือว่าโตเกิน 100% แล้วก็ปีก่อนหน้านี้เราก็โตมามากเหมือนกัน ในปีนี้เราก็คาดว่าจะโตได้ใกล้เคียงกับสิ่งที่เราตั้งเป้าเอาไว้จากปีสองปีที่ผ่านมา

ไลน์ทีวีตอบสนองอะไรให้กับคนดู?

กวิน : ผมว่าที่สำคัญก็คือ ไลน์เป็นแพลตฟอร์มที่ใหญ่ ไลน์ทีวีเป็นแพลตฟอร์มที่ใหญ่ บทบาทเราไม่ใช่แค่สร้างความบันเทิงอย่างเดียว แต่ว่าเป็นการให้ความรู้ด้วย แล้วก็เป็นฐานให้ด้วย สมมุติเราบอกว่ามีฐานวัยรุ่นเยอะ ผมว่าตัวเลือกการให้ความรู้เป็นการเปิดโลกให้กว้างขึ้น ให้เขามาเห็นคอนเทนต์ในหลากหลายรูปแบบให้เขามาชมแล้วรู้สึกว่าเป็นแพลตฟอร์มที่ส่งอะไรที่แตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่นๆ เยอะพอสมควร โดยตัวที่สำคัญที่สุดก็คือว่า เราก็คงยังเป็นแพลตฟอร์มที่คัดสรรของดีมีคุณภาพ ไม่ใช่เป็นแพลตฟอร์มที่ปล่อยให้ใครก็ได้มาสร้างสรรค์คอนเทนต์บนนั้นอย่างเดียว เราคิดว่าเราเริ่มต้นจากตรงนี้ เราคิดว่าจุดแข็งมันอยู่ตรงนี้ แล้วก็คงเชื่อมั่นว่าตรงนี้เป็นวิธีที่ถูกต้องในการดึงคอนเทนต์ดีๆ ดึงเข้ามา คัดเลือกเข้ามาให้ผู้ชมได้ชมกัน


กวิน ตั้งอุทัยศักดิ์ : ไลน์ ทีวี

ความท้าทายระหว่างไลน์ทีวี กับแพลตฟอร์มอื่นๆ

กวิน : ผมอยากจะพูดเป็นภาพรวมมากกว่า เพราะว่าถ้าเกิดเราพูดถึงเรื่องออนไลน์หรือว่าสื่อทีวีผ่านช่องทางออนไลน์ ผมว่าสิ่งที่ท้าทายมากที่สุดน่าจะเป็นการที่เผยแพร่แพลตฟอร์มของเราให้ทุกคนได้มาใช้ เพราะว่าตอนนี้เรามีคนที่ใช้อินเตอร์เน็ตผ่านมือถืออยู่ประมาณ 44-45 ล้านคนทั่วประเทศ แต่ความเป็นจริง เรื่องการที่เขาเข้ามาชมวีดีโอยังถือว่าเป็นข้อจำกัดพอสมควร เพราะคนส่วนใหญ่ตอนนี้ก็อยู่บนเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่เติมเงินรายวัน อินเตอร์เน็ตของเขาก็ไม่ได้คิดทุกวัน จะให้มาดูทีวีหรือวีดีโอก็เป็นอะไรที่ท้าทายสำหรับเขาพอสมควร หน้าที่ของแพลตฟอร์มของไลน์หลักๆคือจะทำไงให้ค่าอินเตอร์เน็ตถูกขึ้น แต่ว่าในบทบาทของเราก็คือจะทำไงให้การชมวีดีโอเป็นอะไรที่จะเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้คนไม่ต้องเป็นห่วงมากขึ้นในการชมวีดีโอผ่านช่องทางออนไลน์

วิธีการเลือกคอนเทนต์ลงไลน์ทีวี?

พัลภา : เป้าหมายของเราสูงสุดเลยก็คือ “mass content” พอพูด mass นี่มันหลากหลายมาก คือก็เอาทุก Target Group (หัวเราะ) LGBT คือส่วนหนึ่ง ผู้ชายเดี๋ยวอาจจะต้องมีรายการที่ผู้ชายดู สปอร์ตมากขึ้นหรือว่าอีกหน่อยอาจจะมีการแต่งตัวผู้ชาย grooming ในลักษณะผู้ชายหรือว่ากลุ่มผู้หญิงกับละครเราก็เด่นอยู่แล้ว เดี๋ยวจะมีมากขึ้น

อนาคตจะมีการทำคอนเทนต์ที่แตกต่างจากนี้มากไหม?

กวิน : คือ Format ของเราก็พยายามค้นหา format ใหม่ๆอยู่แล้ว มีอย่างหนึ่งที่เราเริ่มเห็น คือ เป็นการเบนระหว่างแพลตฟอร์มที่ให้คนเข้ามาชมอย่างเดียว แต่ว่ามี engagement และการสื่อสารสองทาง กับการมีส่วนร่วมสองทาง (two-way engagement) กับคนมากขึ้น ตรงนี้น่าจะเป็นอะไรที่เราเห็นในอนาคตมากขึ้นว่า คนน่าจะสนใจมาเริ่มทำมากขึ้นเหมือนกัน แล้วกับการที่เราเป็นแพลตฟอร์มไลน์ทีวี เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มไลน์ ก็เป็นช่องทางวิธีหนึ่งในการที่จะทำตรงนี้ได้

แล้วในส่วนของไลน์ทีวี ไลฟ์ ปีนี้จะหลากหลายขึ้นด้วย?

พัลภา : ในส่วนของไลฟ์ ส่วนหนึ่งก็คือว่า ด้วยความที่เรามี Original Content เป็นของตัวเอง เราควบคุมการถ่ายทอดสดของเราเองได้ ซึ่งมันต้องมีคุณภาพด้วย เพราะฉะนั้นอย่าง Drag Race Thailand เราจะมาดูถ่ายทอดสดด้วยกัน แล้วก็มีดูย้อนหลัง อาจจะดูงงๆใน Model นิดนึง แต่ว่าเราเคยทำแบบนี้ใน I Hate You , I Love You. มาก่อนแล้วมันเวิร์ค การที่เราดึงผู้คนมานั่งดูด้วยกัน ณ เวลาหนึ่ง มี Comment มี Engagement มันดี มันจะสร้างไวรัลได้ 

(จากซ้ายไปขวา) อาร์ต อารยา – ศศิกร ฉันทเศรษฐ์ – ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก – กวิน ตั้งอุทัยศักดิ์ – พัลภา มาโนช – แพนแพน นาคประเสริฐ ในงานเปิดตัวรายการ Drag Race Thailand ที่ออกอากาศเฉพาะทางไลน์ทีวีเท่านั้น

ไลน์ทีวี = มาแทนทีวีเดิมรึเปล่า?

กวิน : เรามองว่า เราเป็น Partner มากกว่า คือความเป็นจริงไลน์ทีวี เราเป็นแพลตฟอร์มจัดจำหน่ายคอนเทนต์ ที่เอาคอนเทนต์ดีๆไม่ว่าจากช่องทีวี หรือจากผู้ผลิตคอนเทนต์โดยตรง ในการที่จะมาดึงแล้วทำให้มันประสบความสำเร็จมากขึ้น เพราะว่าคนทุกคนที่มีมือถือก็ดูไลน์ทีวีได้หมดเลย หมายความว่าจะให้คนมาชมวีดีโอหรือทีวีออนไลน์ได้ตลอด 24 ชม. ไม่ว่าเขานั่งอยู่บนรถไฟ อยู่ที่บ้าน หรือว่าอยู่ต่างจังหวัดที่อาจจะไม่มีโทรทัศน์ดูอยู่ ก็ดูไลน์ทีวีได้ตลอดเวลา

ผลตอบรับจากเอเจนซี่โฆษณา?

พัลภา : เติบโตมากในปีที่ผ่านมา แล้วก็ในปีนี้เราพยายามหา Model ใหม่ๆที่หลากหลายส่วนหนึ่ง นอกจากตอนนี้ที่ Pure Ad (โฆษณาก่อนเข้ารายการ) แต่ด้วยความที่เรามี Original Content มันก็จะมีโอกาสที่แบรนด์จะเข้ามามีส่วนร่วมในคอนเทนต์ของเรามากขึ้น ในแง่ของ Sponsorship ง่ายๆอย่า Drag Race Thailand เราก็จะเห็นบ้าง แต่สุดท้ายแล้วความเป็นคอนเทนต์ของเราต้องยังอยู่ อันนี้คือเป้าหมายของเราที่จะไม่ให้กังวลไปว่า โฆษณาเข้าแล้วคอนเทนต์จะน่าดูไหม? เราก็จะพยายามรักษาสมดุลตรงนี้ให้ได้มากที่สุด

ฝากอะไรให้กับคนดูผ่านไลน์ทีวี?

กวิน : ผมต้องขอบคุณคนดู ไม่ว่าคนดูที่ดูไลน์ทีวีตั้งแต่เริ่มต้นมาเลย แล้วก็เหตุผลเดียวที่เราเติบโตได้ตอนนี้เพราะว่าผู้ชมของเราที่ติดตามไลน์ทีวีอยู่ตลอดเวลา อยากให้เปิดใจกับคอนเทนต์ใหม่ๆของเรา ไม่ว่าคอนเทนต์ในรูปแบบไหนก็ตาม เราก็มีความรู้สึกว่าในปีนี้ หน้าที่ของเราก็คือเราพยายามที่จะนำเสนอคอนเทนต์หลายๆรูปแบบที่จะให้คนเข้ามาดูเพิ่มขึ้น เพิ่มการมีส่วนร่วมมากขึ้น แล้วก็ให้ความรู้เขาให้หลากหลาย ก็อยากจะขอบคุณผู้ชมของเราตลอดหลายปีที่ผ่านมาล่ะกันครับ.