ทีวีดาวเทียมกับการเมืองรอบใหม่

สืบเนื่องจากหลังจาก Voice TV ได้ยุติออกอากาศทางดิจิทัลทีวีเมื่อปีก่อน และย้ายมาช่องทางออนไลน์ แต่ยังคงเช่าช่องสัญญาณดาวเทียมของ V2H ออกอากาศ ก็ยังถือว่าเป็นอีกช่องทางที่ยังมีมีคนตามไปรับชมเยอะพอสมควร

จนกระทั่งเมื่อเข้าสู่การเมืองร้อนแรงของปี 2563 ที่มีการชุมนุมกัน ทำให้ Voice TV ถูกระงับการออกอากาศ ในช่วงเดือนตุลาคม โดยอ้างว่ามีการละเมิด พรก. ฉุกเฉิน ซึ่งทำให้ถูกระงับทุกช่องทาง แต่ในทางปฏิบัติ Voice TV ยังคงออกอากาศทางออนไลน์ และเพิ่มช่องทางใน Twitch ด้วย ทำให้เห็นว่าคนยังดูทางโทรทัศน์อยู่ด้วย แม้กระทั่งคนรุ่นใหม่ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของช่อง ดังตัวอย่างทางทวิตนี้

แต่สุดท้ายทางช่อง Voice TV ก็ได้รับอิสรภาพกลับคืนมา เนื่องจากศาลอาญายกคำร้อง โดยตัดสินให้ยกเลิกคำสั่งศาลในวันที่ 20 ต.ค. 2563 ศาลพิจารณาเห็นว่าเนื่องจากผู้ร้องไม่แสดงเหตุชัดเจนว่าจะให้ศาลปิดเนื้อหาบางส่วน หรือปิดทั้งหมด จึงขอยกเลิกคำร้อง จึงทำให้ได้กลับมาออกอากาศทางดาวเทียมอีกครั้ง แต่ได้ย้ายช่องสัญญาณที่ออกอากาศ จากช่อง 51 เป็นช่อง 75 ซึ่งเป็นการเช่าจาก V2H เช่นกัน

TOP TV เมื่ออีกฝั่งก็อาจมาลงดาวเทียมด้วย

ดังที่ทราบกันดีว่าอดีตทีมผู้ประกาศข่าวของเนชั่นทีวี ลาออกแทบเกือบยกทั้งยวง และมีแผนว่าจะไปซื้อเวลาช่อง New18 ทำรายการ แต่ดีลก็ไม่ลงตัว จนกระทั่งมีความพยายามจะซื้อช่อง ก็ไม่ลงตัวอีกเช่นกัน จึงต้องหันมาเปิดตัวช่องของตัวเองภายใต้ชื่อ “TOP TV”

โดยเบื้องต้นคาดว่าทำทีวีออนไลน์แน่นอน แต่ก็มีกระแสว่าปีถัดไปจะทำช่องดาวเทียมด้วย ก็เท่ากับว่าทีวีดาวเทียมการเมือง อาจกลับมาร้อนระอุในปีหน้า ซึ่งความจริงตอนนี้ก็มีช่องอื่นที่มีเนื้อหาการเมืองออกอากาศอยู่แล้ว ทำให้นึกถึงเหมือนกับยุคก่อน ๆ ที่มีทีวีดาวเทียมการเมืองจากสารพัดสีสารพัดฝั่งก่อนรัฐประหาร

บทสรุปจากทีมงาน

ปีหน้าทีวีดาวเทียมอาจได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากการมาของช่องการเมืองของทั้งสองฝั่ง และที่มีความใกล้เคียงกันคือ Voice TV ก็เคยเป็นช่องดิจิทัลทีวีมาก่อน และทีมข่าว TOP TV ก็เป็นอดีตทีมงานและผู้ประกาศช่องเนชั่นทีวี ทางดิจิทัลทีวีมาก่อน หากช่อง TOP TV ลงดาวเทียมจริงและทั้งสองช่องมีความต่างกันทางความเห็นการเมืองชัดเจน ก็ทำให้น่าจับตามอง แม้ว่าจะมีการออกอากาศทางออนไลน์อยู่แล้วก็ตาม เพราะกลุ่มคนวัยรุ่นบางส่วนยังคงดูโทรทัศน์ดาวเทียมอยู่ และกลุ่มเป้าหมายใหญ่อีกกลุ่มคือ ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ

และความร้อนแรงทางการเมืองก็ทำให้น่าจับตามองว่า รัฐบาลจะมีการจัดการอย่างไร และเท่าเทียมกันหรือไม่ ตามหลักประชาธิปไตย เมื่อกระทำอย่างไรกับฝ่ายนึง ก็ต้องกระทำแบบเดียวกันกับอีกฝ่ายเช่นกัน


เป็นปีที่ช่องดาวเทียมปิดตัวเยอะ ทั้งเพราะพิษเศรษฐกิจ และการย้ายไป Online

อีกประเด็นนึง ที่ต้องตามต่อในวงการทีวีดาวเทียม คือช่องที่ปิดตัวไป ซึ่งจริง ๆ ถือว่าเมื่อเทียบกับปีก่อน (2562 เข้าสู่ 2563) ค่อนข้างเยอะกว่า โดยแบ่งออกเป็นกรณีดังนี้

สารพัดช่องเพลงที่ปิดตัว

เป็นปีที่ช่องดาวเทียมประเภทเพลงปิดตัวลงถึง 3 ช่อง ทั้งบนจานดำอย่าง FanTV จากค่าย GMM Grammy ที่ได้ประกาศปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยจะยุติออกอากาศในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 นอกจากนี้ทางช่อง ไทยไทย และ VeryTV บน TrueVisions ก็ได้แจ้งยุติออกอากาศหลังวันที่ 31 ธันวาคม 2563

https://www.facebook.com/fantvfantv/posts/3574032015967501?__cft__[0]=AZUo5seh4MI-_eDyvB1SFxjkL89WmpzcHLORl3fJJqH5nMkhrjW7_gYSbRw9T8H0f48N7k6Th5JTyB_8QdbzJ3IDDcZIfHz5H-CwLawrYrXxgXetC-8bchcWfrqAYPa4MGRaRB9AeOQYIMhcGZEpiu-CsX3ldfNt9bCEI_HQppmNqA&__tn__=%2CO%2CP-R

ช่องที่มุ่ง Go Online

Cartoon Club, Mono Plus ก็ลาจากดาวเทียมเรียบร้อย แต่ยังคงออกอากาศทางออนไลน์ และยังมี Disney XD อีกช่อง ที่เป็นช่องจากต่างประเทศที่ให้บริการโดย TrueVisions ก็ยุติไปโดยที่บริษัทแม่ของช่องจากต่างประเทศยุติเอง

https://www.facebook.com/CartoonClubChannel/posts/3670132006360282

ช่องที่จำเป็นต้องไปชั่วคราว

ช่อง ME TV ที่ฉายตลกคาเฟ่เก่า ๆ และมีการ์ตูนของ Cartoon Club ให้ดูด้วย ก็ลาจอโดยจำเป็นต้องลาชั่วคราว เนื่องจากต้องโยกความถี่ให้กับช่อง T Sports บนจานดำ ทำให้ทาง ME TV ต้องหาช่องสัญญาณความถี่ใหม่ไปก่อน

สถิติทั่วไป

ทีวีดาวเทียมในปี 2563 (2020) บางช่วงยอดการรับชมลดลงกว่าปี 2562 (2019) สังเกตได้จากผลจากสถิติด้านล่างนี้ จะพบว่าปี 2562 ในส่วนของทีวีดาวเทียมและเคเบิลจะค่อนข้างอยู่ตัว 11%, 12% ตลอดทั้งปี แต่พอมาในปี 2563 จะพบว่า จะลดลงมาในระดับ 11-10% และช่วงกลางปีเป็นต้นไปลดลงไปถึง 9% หลายเดือนเลย


สรุปปิดท้ายวงการทีวีดาวเทียมปี 2563

จากที่ได้เห็นมานั้น บอกได้เลยว่ามีหลายปัจจัยที่ทำให้ช่องดาวเทียมปิดตัวเยอะแบบนี้ เราจึงขอวิเคราะห์แยกประเด็นดังนี้

1. กรณีช่องเพลง: เนื่องจากปัจจุบัน พฤติกรรมของผู้บริโภคทางด้านการรับชมมิวสิควิดีโอและการฟังเพลงมีทางเลือกที่หลากหลาย โดยเฉพาะทางออนไลน์อย่าง YouTube และสตรีมมิ่งต่าง ๆ ที่สามารถกดเข้าดูเข้าฟังเมื่อไหร่ก็ได้ และทางค่ายเพลงกับศิลปินเองก็มีวิธีการโปรโมท MV เพลงใหม่ ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาช่องเพลงอีกต่อไป เพราะสามารถโปรโมททางช่องทางออนไลน์ได้ทันที จึงทำให้ผู้ชมผู้ฟังทางออนไลน์ ได้ฟังและดู MV เพลงใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็วกว่า

2. กรณีช่องที่ย้ายไปลงออนไลน์ทั้งช่อง:

จะเห็นได้ชัดว่าเป็นช่องประเภทหนังและการ์ตูน เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายของช่องเหล่านี้ก็มีการเปลี่ยนไปเช่นเดียวกัน เช่นกลุ่มเด็ก ๆ ที่ผู้ปกครองจะเปิดการ์ตูนให้ลูกดู ก็เปิดผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตกันมาก

แต่ทาง Cartoon Club ยังคงไม่ทิ้งตลาดทีวีดาวเทียม โดยการไปเช่าเวลาช่องดาวเทียมอื่น ๆ หลายช่องต่างช่วงเวลาเพื่อออกอากาศรายการการ์ตูน ทำให้มีต้นทุนที่ถูกว่าเช่าดาวเทียมทั้งช่อง รวมถึงทางด้านของหนังที่มีบริการสตรีมมิ่งมาแทนที่ แต่ว่าทางช่อง Mono Plus ก็ยังคงเก็บคนที่ยังชอบดูตามผังรายการไว้ จึงต้องย้ายช่องมาลงออนไลน์แทนที่จะเลิกทำ (ซึ่งความจริงก็อาจทับไลน์ MONO29 ที่เป็นดิจิทัลทีวีอีกช่องในเครือเดียวกันด้วย) นอกจากนี้การที่ทั้งสองช่องย้ายทั้งช่องมาลงออนไลน์ อีกส่วนเพราะตลาดกล่องอินเตอร์เน็ตทีวี หรือ IPTV ต่าง ๆ เริ่มได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยังใช้ทีวีในการรับชม เนื่องจากเน็ตที่แรงเร็วขึ้น จึงนำภาพที่มีความละเอียดสูง เผยแพร่ผ่านอินเทอร์เน็ตได้สบาย ๆ และยังคงการรับชมรูปแบบเดิมคือ ดูบนจอทีวีได้ และอีกทั้งมีการนำไปแถมกับผู้ที่ใช้บริการอินเทอร์เน็ตบ้านและอินเทอร์เน็ตมือถือในเครืออีก คนเลยมองว่าไม่จำเป็นต้องติดจานดาวเทียมอีกต่อไป

3. ผู้ให้บริการคอนเทนท์หันไปบุกตลาดสตรีมมิ่งเต็มตัว: จากกรณี Disney XD ที่ยุติการออกอากาศโดยที่บริษัทแม่เจ้าของช่องเป็นผู้ยุตินั้น เราได้ลองสืบค้นข้อมูลพบว่ามีการทยอยยุติในหลายประเทศ ส่วนในไทยคือยุติหลังเที่ยงคืนของ 31 ธันวาคม 2563 มีจุดประสงค์ที่ชัดมาก ว่าจะย้ายคอนเทนท์มาลง Disney+ ซึ่งเป็นบริการสตรีมมิ่งของตัวเอง และกำลังผลักดันเรียกผู้ชมจึงต้องวางหมากด้วยวิธีนี้ อีกทั้งทำให้ลดต้นทุนได้อีกเพราะยังขายคอนเทนท์ได้ แต่ไม่ต้องดำเนินการเป็นสถานีโทรทัศน์แล้ว

4.  พิษเศรษฐกิจและโควิด-19: ด้วยสถานการณ์ทางเศรษฐกิจถือว่าน่าเป็นห่วงอยู่แล้ว มาเจอวิกฤตโควิด-19 อีก ก็ทำให้หลายบริษัทพิจารณายุติสิ่งที่ขาดทุนเยอะ หรือไม่มีความจำเป็นออกไป ก็เป็นอีกเหตุผลที่เร่งให้ผู้ประกอบการตัดสินใจเลิกได้ง่ายขึ้น


อ้างอิง

https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99/135223
https://voicetv.co.th/read/77jAPmRpc
https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_5549494